ชื่อไทย : เล็บมือนาง
ชื่อท้องถิ่น : จะมั่ง, จ๊ามั่ง, มะจีมั่ง (เหนือ) 
ชื่อสามัญ : Drunken sailor/ Rangoon creeper 
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Quisqualis indica L.
ชื่อวงศ์ : COMBRETACEAE
ลักษณะวิสัย : ไม้เลื้อย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ลำต้น :
เป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง อายุหลายปี เลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น เปลือกต้นสีน้ำตาลปนแดง ค่อนข้างเรียบ กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม กิ่งแก่มีหนามทรงพุ่มแน่นทึบ
ใบ :
เดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรีหรือรูปรีแกมขอบขนาน ขนาด 7-9 x 15-18 ซม. โคนใบมนปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว เนื้อใบบางค่อนข้างเหนียว ใบอ่อนสีเขียวอมแดง แผ่นใบมีขนปกคลุม
ดอก :
ออกเป็นช่อแขนงห้อยตามซอกใบ และปลายกิ่ง ช่อละ 10-20 ดอก เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-2.5 ซม. ทยอยบานครั้งละ 3-6 ดอกต่อช่อ จึงเห็นดอกหลายสีในช่อเดียวกันกลีบเลี้ยงสีเขียวเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน กลีบดอกสีขาว เมื่อใกล้โรยเปลี่ยนเป็นสีชมพูและสีแดง กลีบดอกรูปแถบ มีกลิ่นหอม ส่งกลิ่นหอมแรงในช่วงค่ำจนถึงช่วงเช้า ดอกบาน 3-4 วัน
ผล :
เป็นผลแห้ง รูปกระสวย เปลือกแข็งเป็นเส้นตามยาว 5 สัน
ระยะติดดอก - ผล : ติดดอกตลอดทั้งปี
ติดผลตลอดทั้งปี
สภาพทางนิเวศวิทยา :

นิเวศวิทยา

ถิ่นกำเนิด ทวีปเอเชียเขตร้อน

การกระจายพันธุ์

การใช้งานด้านภูมิทัศน์ ปลูกประดับซุ้มไม้เลื้อย

การปลูกและการขยายพันธุ์ :

               ปลูกกลางแจ้ง แสงแดดจัดจะออกดอกได้สวยงาม ดินปลูกมีความชื้น ระบายน้ำดี หลังการออกดอก ควรตัดแต่งกิ่งแก่ และกิ่งที่เป็นโรคออก

เพลี้ยหอย และหนอนกินใบ ระบาดน้อยใช้มือจับออกไปทำลาย แต่ถ้าระบาดมากใช้สารป้องกันกำจัดแมลงจากธรรมชาติ เช่น สะเดา ฉีดพ่นบ่อยๆ และติดกิ่งเผาทำลาย

ปักชำ และตอนกิ่ง

รายละเอียดการใช้ประโยชน์ :

- ทั้งต้น เป็นยาแก้ไอ

- ราก , ผล และเมล็ด เป็นยาขับพยาธิ

- ใบ ตำพอก แก้ปวดศีรษะ แก้ท้องอืดเฟ้อ เป็นยาสมาน

- เมล็ด เป็นยาถ่าย แก้ไข้ แก้ตกขาว อาการวิงเวียนศีราะ แช่ในน้ำมัน รักษาโรคผิวหนังแผลฝี น้ำต้มเมล็ดแก้อหิวาตกโรค และใช้รักษาโรคเอดส์ [1]

- รากต้มน้ำกินเป็นยาถ่ายพยาธิ

- ใบเอามาตำเป็นยารักษาแผลหรือฝี [2]

แหล่งอ้างอิง : [1] คณะกรรมการวิชาการดำเนินงานส่วนสวนสมุนไพรพืชสวนโลก. 2549. สวนสมุนไพรในงานมหกรรมพืชสวนโลก 2549. Herbal Garden in Royal Flora Expo 2006. บริษัท สามเจริญพาณิชย์(กรุงเทพฯ) จำกัด. กรุงเทพมหานคร. [2] พัฒน์ พิชาน. 2550. สุดยอดไม้ประดับ-ไม้ดอกหอม. ไทยควอลิตี้บุ๊คส์. กรุงเทพมหานคร. [3] อฤชร พงษ์ไสว. 2541. ไม้เลื้อยประดับ. พิมพ์ครั้งแรก. สำนักพิมพ์บ้านและสวน. กรุงเทพมหานคร.
ประเภทของการใช้ประโยชน์ :
พืชสมุนไพร
ที่อยู่ :
หมายเหตุ : ชนิดดอกซ้อนมี 2 พันธุ์ คือ พันธุ์ที่มีหลอดกลีบเลี้ยงยาวซึ่งติดเมล็ดได้ดี และพันธุ์ที่มีหลอดกลีบเลี้ยงสั้น การออกดอกขึ้นอยู่กับความชื้นในดิน ถ้าดินค่อนข้างแห้งจะออกดอกตลอดปี การปลูกเลี้ยงกิ่งชำหรือกิ่งตอนในกระถาง ควรใช้กระถางขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 30 ซม.ขึ้นไป เพราะเล็บมือนางเป็นไม้โตเร็ว และควรปักไม้และทำค้างให้ต้นเลื้อยพันด้วย [3]
รูปพรรณไม้ :
   
Copyright © 2011 Royalpark Rajapruek All rights reserved.
ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50100
โทร 053-114110-5 แฟกซ์ 053-114196 E-Mail : rprp@hrdi.or.th
เริ่มใช้งานระบบเมื่อ 1 มิถุนายน 2554